...

Intermittent Fasting (IF) หรือการ “อดอาหารเป็นช่วงเวลา” กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยควบคุมน้ำหนัก ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด และอาจส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกวิธีกินที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน ไม่ใช่การทำตามสูตรเดียวกันทั้งหมด

รูปแบบ IF ที่นิยม

  1. 16/8 Method
    อดอาหาร 16 ชั่วโมง และกินในช่วง 8 ชั่วโมง เหมาะกับมือใหม่และคนที่ใช้ชีวิตประจำวันไม่เคร่งเครียดมาก

  2. 5:2 Diet
    กินปกติ 5 วัน และเลือก 2 วันที่ลดพลังงานลงเหลือประมาณ 500–600 แคลอรี

  3. Eat-Stop-Eat
    งดอาหารติดต่อกัน 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และสุขภาพแข็งแรงพอ

  4. Alternate-Day Fasting
    กินปกติวันเว้นวัน และอีกวันกินแบบแคลอรีต่ำ


หลักการกิน IF ให้เหมาะกับร่างกาย

  • ฟังสัญญาณร่างกาย – ถ้าเวียนหัว เหนื่อยล้า หรือหิวมากเกินไป ควรปรับเวลาให้สั้นลง

  • เลือกอาหารที่มีคุณภาพ – เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ ธัญพืชดี ไขมันดี ไม่ใช่กินจุในช่วงเวลาที่อนุญาต

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ – น้ำเปล่า ชา กาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) สามารถดื่มได้ในช่วงอด

  • เริ่มทีละขั้นตอน – เริ่มจาก 12 ชั่วโมง แล้วค่อยขยายเป็น 14 หรือ 16 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว

  • เหมาะกับไลฟ์สไตล์ – คนทำงานกลางคืนหรือออกกำลังกายหนัก ควรเลือกช่วงเวลากินที่ไม่กระทบพลังงาน


ใครควรระวังการทำ IF

  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยา

  • ผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

  • เด็กและวัยรุ่นที่ร่างกายยังเจริญเติบโต


✨ การทำ Intermittent Fasting ไม่ได้มีสูตรตายตัว สิ่งสำคัญคือ การฟังร่างกายของตัวเอง และปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ทั้งสุขภาพกายและใจดีขึ้นในระยะยาว

• เครื่องดื่มที่ไม่ทำให้หลุด IF เช่น กาแฟดำ ชา น้ำเปล่า และถ้าอยากมีรสชาติ ใช้ Seasun Keto Syrup 0 kcal ได้

Seraphinite AcceleratorOptimized by Seraphinite Accelerator
Turns on site high speed to be attractive for people and search engines.